The-legend-of-Muramasa

ญี่ปุ่นจัดแสดงดาบในตำนาน ‘มุรามาสะ’ รวบรวมมากว่า 20 เล่มจากทั่วประเทศ!!

March 17, 2019 - admin

Comments are off for this post.

ในทุกๆ ประเทศล้วนมีตำนานที่เล่าขานกันมาอย่างนานนม แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านั้น ย่อมมีความเป็นมาเกี่ยวกับเรื่อง ‘อาถรรพ์’ อยู่บ้าง สำหรับในวันนี้เราก็จะพาผู้อ่านทุกท่าน เจาะลึกลงไปในเรื่องราวตำนานของดินแดนซามูไร เกี่ยวกับดาบ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ ‘ฆ่า’ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น! สำหรับดาบคาตานะ หรือดาบซามูไรญี่ปุ่น เป็นดาบที่มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังสอดแทรกไปด้วยประเพณีและวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของประเทศญี่ปุ่น สำหรับดาบที่สร้างขึ้นมาจากสำนักที่มีชื่อเสียงนั้น มักจะถูกตีขึ้นเพื่อชนชั้นสูง ซึ่งหนึ่งในดาบในตำนานของประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า Muramasa ซึ่งถูกตีขึ้นโดยช่างฝีมือนาม Muramasa Sengo ดาบเล่มนี้ขึ้นชื่อว่ามีอาถรรพ์ มันจะคอยกลืนกินจิตวิญญาณของผู้ใช้ให้เกิดความคลั่งในการฆ่าและมันต้องการ ‘ดื่ม’ เลือดทุกครั้งที่ถูกชัดออกจากฝัก!

legend-of-Muramasa

พิพิธภัณฑ์ Kuwana ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดแสดงดาบต้องคำสาปเหล่านี้ให้แก่ผู้ชมทั่วไป โดยช่างตีดาบทั่วไปจะสร้างดาบให้ออกมาดูสวยงาม, คม, ทนทาน และแข็งแกร่ง หากแต่ Muramasa กลับใช้เวลาตีดาบทั้งวัน แต่ล่ะครั้งที่เขาทุบฆ้อนลงไป มันอัดแน่นไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าของการฆ่าฟัน งานของเขาออกมาประณีตสวยงามเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งไปเตะตาของ Tokugawa Ieyasu โชกุนในยุคนั้น

เมื่อดาบ Muramasa ถูกโชกุน Tokugawa Ieyasu ครอบครอง มันก็แผลงฤทธิ์เดช เพราะทั้งพ่อและปู่ของเขาก็ต่างถูกสังหารด้วยคมดาบเล่มนี้ ลูกชายคนโตก็ยังถูกบังคับให้ฆ่าตัวตายโดยใช้ดาบเล่มนี้ แม้แต่ตัวโชกุนเองก็ยังเคยได้รับบาดเจ็บจากคมดาบเล่มนี้อีกด้วย จากเรื่องราวอันน่าเศร้าสลดชวนขนหัวลุกเหล่านี้ จึงทำให้เขาประกาศห้ามซามูไรพกดาบของช่าง Muramasa Sengo คนนี้อีกต่อไป มันจึงทำให้ดาบของ Muramasa ที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้ว ก็ยิ่งหายากขึ้นไปอีก และดาบเหล่านั้น ก็ถูกนำมาจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Kuwana แล้ว บางเล่มมีสีแดงคล้ายเลือดฉาบอยู่ทั่วทั้งดาบ โดยสีเหล่านี้เป็นสารซึ่งใช้เคลือบเพื่อป้องกันตัวดาบ แต่คุณผู้อ่านก็อย่าลืมว่าดาบเหล่านี้เคยเปื้อนเลือดมามากมายแล้วจริงๆ

Muramasa จำนวนกว่า 20 เล่ม ถูกยืมมาจากทั่วประเทศ เพื่อนำมาจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยจัดแสดงถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2016 เท่านั้น ค่าตั๋วเข้าชมราคา 500 เยน หรือประมาณ 170 บาท เด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเข้าฟรี เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9.30 น. – 17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์

admin